|

 
สำนัก JUN (ประเทศไทย) เป็นสำนักแต่งรถ ที่แต่งได้แรงสะใจวัยโจ๋ ที่สร้างตัวโหดออกมาอาละวาด ให้ประจักษ์แก่สายตา ถึงความแรงกันมานักต่อนักแล้ว ทำให้ชื่อเสียงของสำนักนี้ในบ้านเรา เป็นที่รู้กันดี ว่าเป็นตัวแรงของจริงไม่ใช่แค่ราคาคุย (ที่หลายๆที่ ชอบคุย แต่ทำไม่ได้) ความร้อนแรงของสำนัก JUN เริ่มฉายตั้งแต่เจ้าสกายไลน์ GTR32 สำดำ ที่ก้าวเข้ามาเป็นตัวแรง ครองความ เป็นแชมป์ในสนาม DRAG ที่พัทยา

ซึ่งวัยแรงทั้งหลายคงพอจะจำกันได้ ถัดมาก็ยังมีเจ้า GTR32 สีแดง อีกคัน ที่สร้างผลงานเอาไว้ได้โดดเด่นไม่แพ้กัน แม้ว่าในช่วงหลังจากนั้น ตัวแรงของสำนัก JUN จะไม่ค่อยจะมีบทบาทในสนาม DRAG เท่าไหร่นัก แต่ชื่อเสียงในเรื่องความแรงนั้น ก็ไม่ได้ถูกลบเลือนไปจากความทรงจำ และ เมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่เงียบหาย ไปนานพอสมควร ก็ได้กลับมาสร้างความ ฮือฮา กันอีกครั้งด้วยการเข็น 200SX ตัวโหดออกมาอาละวาดทีเดียวถึง 2 คัน ทั้งในบล็อค SR 20DET และบล็อค CA 18DET ซึ่งก็สร้างผลงาน ความแรง ให้เห็นผ่านตากันไปบ้าง สำหรับโครงการความแรงครั้งล่าสุดที่ทางสำนัก JUN ได้ลงมือทำกันนั้นก็คือ การเพิ่มดีกรีความแรงให้กับ 200 SX ขุมพลัง CA 18 DET กันอีกครั้งในคำรบที่สาม เพื่อให้วิ่ง DRAG ทำเวลาอยู่ในพิกัด 11 วินาที

จากการเพิ่มความแรงไปก่อนหน้านี้ ที่ได้มีการปรับปรุงระบบไอดีให้ ดีขึ้น ด้วยการเปลี่ยนท่อร่วมไอดี และลิ้นปีกผีเสื้อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อ รองรับปริมาณไอดีได้มากกว่าเดิม พร้อมกับเปลี่ยนเทอร์โบ ให้ปั่นไอดีมา ใช้ได้มากขึ้น มาเป็นรุ่น TD-06/25G แทนของเดิมซึ่งเป็นรุ่น TD-06/ 20G รวมไปถึง ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนหัวฉีดน้ำมันให้ใหญ่ขึ้นเป็น 950 cc. ทั้งหมด ตลอดจนถึงระบบส่ง กำลังที่ได้มีการปรับแต่ง ชุดเกียร์ กันใหม่ ให้มีอัตราทด ในแต่ละเกียร์ สอดรับกับความแรง ของขุมพลังมาก ขึ้น ทำให้อัตราเร่งมีความ ต่อเนื่องรอบเครื่องตกน้อยลงในการ เปลี่ยนเกียร์ แต่ละเกียร์
ซึ่งทั้งหมดเป็นฝีมือของ "มร.โคยาม่า" ที่ลงมือทำด้วยตัวเอง สามารถเค้นแรงม้าออกมาใช้งานได้ร่วม 500 แรงม้า ที่พลังบูสท์มหาโหด 1.9 บาร์ จากความจุ 1.8 ลิตร เท่าเดิม ผลงานความแรง หลังจากที่ทำ เสร็จแล้ว ทำเวลาวิ่ง DRAG ระยะทาง 402 เมตรเต็มๆ ที่สนามราชบุรีไว้ 12.39 วินาที คว้าแชมป์ในรุ่นโอเพ่น 2000 cc. มาครองจากรายการ SUPER DRAG BATTLE
หลังจากที่สร้างผลงานประทับใจวัยแรงในสนามนั้นแล้ว ผลงานต่อๆ มายังไม่โดดเด่นนัก และในที่สุดก็มาพลาดท่า ในรายการที่เคย เป็นแชมป์อยู่ ซึ่งย้ายมาแข่งกันที่สนามมิตซูบิชิรังสิต สาเหตุของความปราชัยครั้งนั้น จาก ระบบเกียร์มีปัญหาไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์จาก 2 ไป 3 ได้ ทำให้ต้องลาก เกียร์ 2 ไปตลอดจนเข้าเส้น ส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายตามไปด้วย เกิดอาการ ชาฟท์ละลายขึ้น จึงต้อง มีการปรับแต่งกันใหม่อีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้ง ล่าสุดที่ได้ทำกันลงไป....

เมื่อต้องรื้อเครื่องออกมาทำการ OVER HUAL กันใหม่ทั้งตัว ครั้นจะ ทำให้ออกมารุนแรงเท่าเดิม ก็ดูกระไรอยู่เวลาวิ่งระดับ 12 วินาที ต้นๆ ไม่ใช่ เรื่องยาก สำหรับคู่แข่งในรุ่นที่จะทำเวลาวิ่งขนาดนี้ได้ จึงได้มีการเพิ่มดีกรี ของขุมพลังเข้าไปอีกเล็กน้อย เพื่อให้ทำเวลาวิ่งได้ดีกว่าเดิมอยู่ในพิกัด 11 วินาที ขั้นตอนการจัดการกับขุมพลังในครั้งล่าสุดนี้ อุปกรณ์ชิ้นส่วนภายนอกตัวเครื่องนั้นยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวเทอร์โบรหัส TD-06/25G อินเตอร์คูลเลอร์ ท่อทางเดิน ไอดี ท่อร่วมไอดี และระบบน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงระบบไฟจุดระเบิด ทุกอย่างยังคงคบหาของเดิมอยู่ ในส่วนของตัวเครื่อง ฝาสูบ ได้ทำการรื้อออกมาทำความสะอาด และบดวาล์วกันใหม่ เพื่อให้วาล์วปิดได้สนิท ไม่เกิดอาการรั่วไหลของไอดีไอเสียในขณะทำงาน สำหรับอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ยังใช้ของเดิม แคมชาฟท์ใช้ 268 องศา เช่นเดิม รวมทั้งวาล์ว และสปริงวาล์ว ล้วนแต่ใช้ของเดิมทั้งหมด
ส่วนที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่มีเพียงปะเก็นฝาสูบเท่านั้นของ TOMEI ซึ่งเป็น รุ่นใหม่ที่มีความแข็งและทนทานกว่ารุ่นเก่าที่ใช้อยู่ มีความหนา เท่าของเดิม คือ 1.6 มม. มาถึงในส่วนของเสื้อสูบ ตัวลูกสูบแบบ FORGED ของ JUN ขนาด 84.0 มม. ชุดเดิมยังคงใช้อยู่ แต่ได้ทำการ เปลี่ยนชุดแหวนลูกสูบใหม่ ทั้ง 4 ลูก ชุดก้านสูบเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด เพื่อความแน่นอนเป็นแบบ H-BEAM เหมือนเดิม และมีขนาดเท่าเดิม ทีเด็ดความแรง ที่ทำให้ขุมพลังตัวนี้ดุดัน ไปจากเดิมก็อยู่ที่เพลา ข้อเหวี่ยง นี่แหละครับ ซึ่ง มร.โคยาม่า ทำมาให้จาก ญี่ปุ่น ความแตกต่างของ ข้อเหวี่ยงที่เปลี่ยนเข้าไปนี้จะอยู่ที่น้ำหนักซึ่งหนักกว่า ของเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มแรงบิดให้มีมากขึ้น และทำให้รอบเครื่องยนต์มีความไหลลื่นมากขึ้น ในรอบเครื่องสูงๆ เครื่องทำงานได้ราบลื่น และ นิ่งมากกว่าเดิม สร้างอัตราเร่งให้ทำได้จัดจ้านมากขึ้น

อุปกรณ์ในส่วนของเสื้อสูบที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่อีกชิ้นเป็น ปั๊มน้ำมันเครื่องของรุ่นนี้ ที่ทำในญี่ปุ่น ซึ่งจะมีเฟืองที่ใหญ่กว่า ปั๊มทีทำในบ้านเรา ประสิทธิภาพ ในการปั๊ม น้ำมันเครื่องขึ้นไปหล่อลื่นจะดีกว่า นอกจากชุดพลัง ที่ทำกันใหม่แล้ว ก็ได้จัดการกับ ชุดคลัชด้วย ทำการเปลี่ยน Center Plate และ Pressure Plate ชุดใหม่เข้าไป แทนชุดเดิมที่โก่งและบิดจนใช้การ ไม่ได้
การปรับแต่งในครั้งล่าสุดนี้ ที่ใช้ข้อเหวี่ยงน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม ทาง มร.โคยาม่า ได้เคลมไว้ว่าสามารถวิ่ง DRAG ด้วยเวลา 11.80 วินาทีได้ อย่างแน่นอน ด้วยอัตราบูสท์ที่ 1.9 บาร์ และใช้รอบเครื่องยนต์สุดที่ 9200 รอบ/นาที สำหรับการลองของจริงหลังจากทีทำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็น การแข่งขันในรายการ Super Drag Battle ที่สนามรังสิต ซึ่งลงทำการ แข่งในรุ่นโอเพ่น 2000 cc. เวลาทีทำได้ดีที่สุดนั้นอยู่ที่ 12.33 วินาที สาเหตุที่ทำเวลาวิ่งออกได้ไม่ดีนัก

สาเหตุแรกอาจมาจากไม่คุ้นกับขุมพลังทีททำกันไปใหม่ซึ่งทำเสร็จ ก่อนหน้าการแข่งขันเพียงไม่กี่ชั่วโมง สาเหตุที่สอง อาจเป็นผลมาจาก ในครั้งนี้ ก่อนออกตัวได้มีการ BURN ยาง เพื่อให้หน้ายางมีความเหนียว และเกาะมากขึ้น รอบเครื่องใช้ออกตัวจะผิดไปจากเดิม ทำให้การออกตัวนั้น ใช้รอบเครื่องไม่สัมพันธ์กัน ความเกาะของหน้ายางที่มีมากขึ้น จะเห็นว่าใน การออกตัว ครั้งนี้ทำได้ไม่ดีเหมือนที่เคยเป็น สาเหตุสุดท้ายก็เป็น ปัญหาเดิมที่เกียร์ปัญหา เกียร์มีอาการเข้ายาก และเข้าไม่ได้ในบางครั้ง นอกจากนี้ยังมีปัญหาของ เวสเกต ตามมาในภายหลังอีกด้วย โดยท่อลมกดหัวเวสเกตแตก ทำให้คุมบูสท์ไม่ได้ จึงไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้
สำหรับบทสรุปโครงการความแรง DRAG 11 วินาที ของ 200SX ขุมพลัง CA 18 DET จากสำนัก JUN คันนี้ จะทำเวลาวิ่งในพิกัด 11 วินาที ตามเป้าที่ตั้งไว้ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องคอยติดตามผลงานกันต่อไป ถ้า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทดสอบในครั้งแรกถูกแก้ไขให้หมดไปได้ เวลาวิ่งใน พิกัด 11 วินาที เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องยากแน่ เพราะขนาดมีปัญหา ยังทำเวลา ได้ดีกว่าเดิมเลย ขุมพลังที่ทำไปในครั้งนี้ เท่าที่สังเกตุดู รอบเครื่องไปได้ดี ไม่มีตก ยิ่งวิ่งยิ่งมาขนาดออกตัวไม่ดี ยังไล่บี้เบียดขึ้นหน้าเข้าเส้นไปก่อนได้ ไม่แน่โครงการนี้อาจจะสรุปจบโครงการได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ไปแล้วก็ได้ครับ
|