|

 
EVOLOTION จากค่าย MITSUBISHI ซึ่งในปัจจุบันก็คลอดออกมาเป็นรุ่นที่ 7 แล้ว แต่ที่นำมาโชว์ความร้อนแรง นี้เป็น EVOLUTION รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ MITSUBISHI ทำการพัฒนาใหม่ ให้เกียร์กลับฝั่ง จากเดิมอยู่ด้านซ้าย ย้ายฝั่งมาอยู่ด้าน ขวาแทน (มองโดยการหันหน้าเข้าหารถ) และเป็นรุ่นที่เปลี่ยนโฉมภายนอกไปทั้งคัน (MODEL CHANGE) ซึ่งคอนเซ็ปการโมฯ ของคันนี้ ก็เน้นการใช้ "ชุด KIT" ที่สะดวกต่อการประกอบใส่ไม่ต้องดัดแปลง ใช้ได้เลย ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น แต่ใน บ้านเราคงเล่นแรงด้วยวิธีนี้กันน้อย เพราะส่วนใหญ่จะแรงกันแบบดัดแปลง ไม่ได้นำรถแรงแบบ "ตรงรุ่น" มาโมฯ กันซักเท่าไหร่ เนื่องจาก "ชุด KIT" จะผลิตมาให้ใช้กับรถและเครื่องยนต์รุ่นนั้น ๆ
ภายนอกเดิมๆ EVO IV แต่ล้อเป็น 6.5 "TOMMI VERSION" รูปโฉมภายนอกของ EVO IV คันนี้ยังเป็น STD จากโรงงานอยู่ ยังไม่ได้ มีการเปลี่ยนโฉมให้เป็น EVO VI ให้ทันสมัย อย่างที่ในยุคนี้ชอบทำกัน เพราะเดี๋ยวนี้จะเป็น IV หรือ VI จะแท้หรือเทียม ก็ดูยากเสียเหลือเกิน เพราะ การแปลงโฉมจาก IV ให้เป็น VI หรือจาก LANCER เป็น EVO ก็ทำได้ ไม่ยาก ยิ่งถ้าได้ของแท้มาครบ ๆ ยิ่งดูไม่ออกใหญ่เลย แต่ถ้าต้องการดูความ แตกต่างของเครื่อง IV กับ VI ถ้าต้องการความชัวร์ในการมอง ก็ดูเพลท ตัวถังกันเลยก็แล้วกัน

อย่างที่รู้กันว่ารหัสตัวถังบ้านเราเป็น CK-2 แต่ถ้าเป็น EVO ใช้อีกแบบหนึ่ง ดังนั้น ถ้าต้องการดูว่ารถบ้านเราหรือรถ EVO แท้ก็ดูไม่ยาก แต่ถ้าเป็น EVO แท้ แต่จะดูว่าเป็นรุ่นไหนนั้น รถ EVO จะมีรหัสดังนี้คือ EVO V จะเป็นรหัส CN9A แต่ถ้าเป็น EVO V กับ VI จะเป็นรหัส CP9A ก่อนจะมาเปลี่ยนใช้ CT9A ใน EVO VII รุ่นล่าสุด
แต่ถ้าใครยังอุตริเลาะเพลทตัวถังมาเปลี่ยนก็ต้องยอมเค้าหล่ะครับ ส่วน EVO IV คันนี้ภายนอก "แตน" หมดยกเว้นล้อแม็กที่เปลี่ยนจากเดิม OZ 16 นิ้ว เป็น ENKAI ขนาดเบาะคู่หน้า และเบาะหลัง ยกมาจาก 6.5 ทั้งชุดโดยคู่หน้าเป็นของ RECARO SR SERIES ขาดไปเพียงแผงข้างประตู เท่านั้น 8X17 นิ้ว ที่เป็นของรุ่น EVO 6.5 หรือรุ่นพิเศษ "TOOMMI MAKINEN LIMITED EDITION" เท่านั้น ส่วนยางก็เลือกใช้ของ YOKOHAMA รุ่น DNA GP ขนาด 225/50/17 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ ตามสูตรของรถ 4 WD
ภายในใช้ของ 6.5 WTOMMI VERSION" อีกแล้ว ภายในห้อง โดยสารก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสายพันธุ์ EVO เพราะโรงงาน MITSUBISHI เค้าขยันเปลี่ยนได้ทุกรุ่นไม่แพ้ภายนอกเหมือนกัน ภายใน เดิมของ EVO IV จะเป็นเบาะหน้าทรง SR III และผ้าสีน้ำตาลสลับดำ รวมถึงเบาะและแผงข้างก็ใช้ผ้าลายเดียวกัน แต่ในคนนี้ได้เปลี่ยมมาใช้ของรุ่น 6.5 TOMMI VERSION" ซึ่งทรงของเบาะจะเปลี่ยนจาก SR III มาเป็น ทรงเดียวกับรุ่น SPORT ที่มีขายในบ้านเรา แต่ผ้าหุ้มเบาะ จะเป็นสีแดง สลับดำ ซึ่งเบาะทรงนี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ EVO V แต่ใช้สีของผ้าหุ้มเบาะ ต่างกันไป โดยในคันนี้นำมาใช้เบาะเท่านั้น ส่วนเรือนคอนโซล และเรือนไมล์ ก็นำของ 6.5 มาใช้ทั้งหมด

อีเล็กทรอนคส์เพียบ !?รุ่นใหม่ทั้งนั้น ของเล่นอิเล็คทรอนิคน์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในรถซิ่งยุคนี้ ยิ่งมีมากยิ่งบอกถึงความ "ล้ำ" และความ "แรง" ของรถคันนั้นได้เป็นอย่างดี
 
ซึ่งใน EVO คันนี้ก็มีแต่ของเล่นใหม่ ๆ ทั้งนั้น เริ่มจากเกจ์วัดรุ่นล่าสุดแบบมี WARING ติดตั้งไว้มุมคอนโซลด้านขวา ตำแหน่งที่ฮิตที่สุดในการติดตั้งวัดบูสท์ และบริเวณบนคอนโซลด้านบนฝั่งซ้าย เรียงรายไปด้วยเกจ์วัดรุ่นล่าสุดแบบมี WARNING ของ HKS 4 ตัว ประกอบไปด้วย OIL TEMP , WATER TEMP, OIL PRESS และ FUEL PRESS ติดแล้วมันล้ำจริง ๆ เลยนะ บนคอพวงมาลัยมีปรับบูสท์ไฟฟ้าของ BLITZ รุ่น SSBC หรือ STREET SPEC BOOST CONTROLLER ที่มีการปรับเพียง HI กับ LO เท่านั้น สามารถคุมบูสท์ได้ 1.2 บาร์ใช้งานง่ายเหมาะกับรถถนน สมชื่อ "STREEET SPEC" บริเวณคอนโซลกลาง ก็ยังมีของ "ล้ำ" อีกหนึ่งอย่างก็คือ RSM (REV SPEED METER) จอฟ้าจาก A'PEXi เครื่องแสดงผล การทำงานเป็น DIGITAL รุ่นล่าสุด กำลังมาแรงอีกตัวหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังมี TURBO TIMER ของ Greddy อีก 1 ตัว ไว้คอย WARM DOWN เครื่องยนต์
ช่างล่าง "OHLINS ปรับเกลียว" แข็งใช้ได้ ระบบซับแรงสะเทือนของ ช่างล่างนั้นเลือกใช้ชุดสตรัทปรับเกลียวของ OHLINS รุ่นล่าสุด เป็นแบบสปริง 2 ชั้น พร้อมเบ้าหัวช็อคแบบ BALL JOINT ที่สามารถปรับตั้งมุมองศาของ CAMBER ได้ง่าย และ OHLINS ชุดนี้ยังสามารถปรับระดับ ความแข็ง - อ่อน ได้อีกด้วย พร้อมกับระบบวาล์วของช็อคแบบ1 PVC (PARLLEL COMPRESSION VALVE) เทคโนโลยีล่าสุดของ OHLINS ที่ช่วยให้การ ทำงานของช็อคสัมพันธ์กับสภาพของพื้นผิวถนนมากยิ่งขึ้น ความกระด้าง หรือที่ ศัพท์ชาวบ้านเค้าเรียก "แข็ง" ก็ต้องมีให้เห็นอยู่แล้วเพราะความนิ่งในการเกาะถนน คงไม่อยู่คู่ กับความ นิ่มแน่นอน แต่ก็ไม่ถือว่า "แข็ง" จนเกินไปนักพอยอมรับได้ แต่ หนึบมากครับชุดนี้ "ขอบอก" !

เบรก "BREMBO" ทั้ง 4 ล้อ จาก "TOMMI VERSION" ระบบเบรกของ EVO IV เป็นรุ่นที่ถูกปรับเปลี่ยนพัฒนามากขึ้นกว่า 3 รุ่นแรก จานเบรกมีขนาดใหญ่ และเปลี่ยนรูน็อตจากเดิม 4 รู 114.3 มาเป็น 5 รู 114.3 แต่ในคันนี้ได้ทำการ ปรับแต่ง เครื่องยนต์ให้มีพละกำลังมากกว่าเดิมจึงได้เปลี่ยนชุด เบรกของรุ่น 6.5 มาใช้งานแทน ซึ่งผลิตโดย "BREMBO" ทั้งคู่หน้าและคู่หลัง จานแบรกมีขนาดใหญ่กว่าของ EVO IV เดิมอยู่มาก

ซึ่งสายพันธุ์ EVO เริ่มใช้เบรก BREMBO เป็นอุปกรณ์มาตราฐานติดรถ ตั้งแต่ รุ่นที่ V มาถึงระบบถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้น ยังใช้เกียร์และเฟืองท้าย STD อยู่ แต่ได้ เปลี่ยนชุดคลัทช์มาใช้ของ EXEDY ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนักในบ้านเรา โดยเลือกใช้แบบ TWIN PLATE ซึ่งไม่แข็งอย่างที่คิด ขับใช้งานได้แถมจ่ายม้าได้ครบถ้วน อีกด้วย 4G63 ความจุ 2.3 ลิตร ชุด KIT จาก "TODA RACING"
ขุมพลังเป็น 4G63 เดิม ๆ ติดรถมาแล้ว ซึ่งเป็นรุ่น "เกียร์กลับด้าน" รุ่นแรก สเป็คเครื่องพื้นฐานความจุ 2.0 ลิตร DOHC 16 วาล์ว TURBO กระบอกสูบ X ช่วงชัก=85.0x88.0 มม. แรงม้า สูงสุด 280 PS/6500 RPM และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 36 KG.M/ 3000 RPM (แต่ถ้าเป็นรุ่น EVO V และ VI แรงบิดจะมากกว่าเดิม 2 KG.M เป็น 38 KG.M) เครื่องตัวนี้ ถูกนำมาโมดิฟายกันใหม่ทั้งตัวเริ่มด้วยการขยายความจุให้เพิ่มขึ้นเป็น 2.3 ลิตร (2,323 CC.) ด้วยชุด KIT ของ "TODA RACING" ซึ่งทั้งชุดจะมาครบทั้ง ลูกสูบ ก้านสูบ ข้อเหวี่ยง ใส่ได้เลยครับไม่ต้องแปลง ใช้ของแพงแต่ชัวร์ครับ

เทอร์โบก็ชุด KIT "T.67 จาก Greddy" มาถึงจุดกำเนิดความแรงของเครื่องก็คือ เทอร์โบจากเดิมจะเป็นรหัส TD05 HR1 6G6-9T ของ MITSUBISHI ถูกเปลี่ยน มาเป็นของ "GREDDY T.67 ซึ่งถือว่า ขนาดเหมาะสมกับเครื่องยนต์มาก
  
เทอร์โบ T.67 นี้ยังเป็นรุ่นใหม่สดอยู่ ออกมาจำหน่าย ได้ไม่กี่ปี ซึ่งทาง Greddy ได้นำข้อดีของเทอร์โบรุ่น TD06 และ TD07 มารวมกันแล้วคำนวณออกมาเป็น T.67 นี่แหล่ะครับ
โดยเทอร์โบลูกนี้มาเป็นชุด KIT สำหรับใส่เครื่อง 4G 63 (EVO IV) โดย เฉพาะจึงมี อุปกรณ์มาครบ ทั้งเขาเฮดเดอร์สแตนเลส Greddy เวสเกตแยก ของ Greddy กรองเปลือย GRECER และอินเตอร์คูลเลอร์ของ TRUST ที่มา พร้อมท่ออินเตอร์และท่อยางก็ยังเป็นของ Greddy ด้วยเช่นกัน เรียกว่าซื้อ ครั้งเดียว ได้ครบทั้งเซ็ทเลย ส่วน BLOW OFF VALVE นั้นผ่าเหล่ามาใช้ ของ BLITZ รุ่น SUPER SOUND DD แบบมีกรองเปลือยจิ๋วด้วย ดูท่อนล่างไปแล้วเรามาดูท่อนบนกันบ้าง ในส่วนของฝาสูบนั้นก็ได้ทำการขัด ๆ ถู ๆ ช่องพอร์ทให้มันลื่นกันตามสูตรทำฝา และ เปลี่ยนแคมชาฟท์มาใช้ของ "TOMEI" ขนาด 264 เท่ากันทั้งด้านไอดีและไอเสีย พร้อมด้วยเฟืองแแคมแบบปรับตั้งได้ไม่ทราบยี่ห้อ รู้แต่ว่าเป็นของ AMERICA พร้อมสายพานราวลิ้นของ POWER ENTERPRISE ที่มีความทนทานเหมาะกับการใช้งานโหด ๆ ซึ่งในส่วนการปรับตั้งแคมนี้ได้ให้ทาง RALLI ART (THAILAND) เป็นผู้ทำการเซ็ทให้เหมาะกับ SPEC ของเครื่องยนต์
และในส่วนของน้ำมันที่ต้องเพิ่มปริมาณให้เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของ REGULATOR ของ SARD ตั้งแรงดันไว้ที่ 3 บาร์ พร้อมเปลี่ยนหัวฉีดไปใช้ของ RALLI ART ขนาด 750 CC. พร้อมจูน โปรแกรมในกล่อง ECU ใหม่ ซึ่งแต่เดิมเป็นกล่องของ TEST & SERVICE เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกัน หลายจุด จึงต้องจูนโปรแกรมกันใหม่หมดให้เหมาะสมกับการโมฯเพิ่ม ซึ่งข้อมูลตรงนี้ทาง RALLI ART ก็ไม่ได้เปิดเผยมา และการจูนรถแต่ละคันก็แตกต่างกันอยู่แล้ว ดังนั้นจูนให้ลงตัวกับรถของคุณมากที่สุด ก็ พอครับ ส่วนอัตราบูสท์ที่ตั้งไว้ 0.5 บาร์ ที่ LOW BOOST และ 1.1 บาร์ ที่ HI BOOST ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งหัวฉีดหรือลูกสูบ สามารถบูวท์ได้ถึง 1.5 บาร์แต่เพื่อกันเหนียว บูสท์เท่านี้จะ "เซฟ" กว่า ดึงดี?รถนิ่ง?ขับสนุก มาถึง FEELING ของรถที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม พื้นฐานของ EVO เป็นรถที่ช่วงชักยาว ซึ่งให้รอบที่ไม่จัดมาก
แต่จังหวะในการชักแต่ละครั้งนั้นมีกำลังมาก ซึ่งทาง MITSUBISHI ได้ทำ ในส่วนของเกียร์ที่มีอัตราทดจัดจ้านมาทดแทนในส่วนนี้ ทำให้ในช่วงรอบต้นไม่มี อาการ "ห้อย" มากนัก ส่วนอาการของรถคันนี้มีอัตราดึง ที่หนักหน่วงกว่าเดิม ใน อัตราบูสท์ เท่ากัน เนื่องจากขนาดของ เทอร์โบที่ใหญ่กว่า ทำให้ความหนาแน่น ของอากาศ มี มากกว่า และเครื่องตัวนี้มีการขยายความจุเพิ่มเข้าไปอยู่แล้ว ทำให้ พละกำลังของเครื่อง ที่มาใช้ปั่นไอเสียไม่ต้องเค้นกันมากเหมือนเครื่องความจุเดิม ไม่อย่างนั้นกว่าจะบูสท์ก็คงรอกันเหนื่อยเลยหล่ะครับ อัตราเร่งกับเกียร์ลูกเดิมถือว่าต่อเนื่องใช้ได้ขับสนุกมากกว่าเดิม และอาการ รถนิ่งมาก เนื่องจากเป็นรถ "4WD" อยู่แล้ว และได้ช่วงล่างระดับ "OHLINS" มาใช้งาน ทำให้ขับง่ายไม่ต้องเหนื่อยในการ CONTROL พวงมาลัย เพราะแทบจะไม่มีอาการ "เป๋" ให้เห็น

ที่สำคัญทนทานต่อการใช้งานแน่นอนเพราะไม่มีการดัดแปลงเอารุ่นอื่นมาใส่เป็นชุด "KIT" ล้วน ๆ ใส่ได้เลยไม่ต้องแปลง แข็งแรงแน่นอน สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สอบถามไปได้ที่ NICK RACING SERVICE ได้เลยครับ
|